Top Secret· ·อ่าน 5 นาที

ต้นกำเนิดของภาษาอังกฤษ


ผู้ที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่จำนวนมาก ตัดสินใจที่จะเรียนภาษาสเปนเป็นภาษาที่สอง เพราะพวกเขาบอกว่า ภาษาสเปนค่อนข้างคล้ายกับภาษาอังกฤษ แต่เมื่อคุณดูที่ต้นตระกูลภาษาทั้งสอง คุณจะพบว่า ภาษาอังกฤษเป็นภาษาในตระกูลเยอรมานิก และภาษาสเปนเป็นภาษาในตระกูลโรมานซ์

มันเป็นไปได้อย่างไร?

ความจริงก็คือ เรื่องนี้เปรียบเสมือนจุดเริ่มต้นอันยากลำบาก ในการที่จะขุดคุ้ยเรื่องราวแห่งการแลกเปลี่ยนและบงการเกี่ยวกับต้นกำเนิดของภาษาอังกฤษ

The Saxon tribe (source)


ด้านที่เกี่ยวข้องกับเยอรมันในภาษาอังกฤษ มีถิ่นกำเนิดจากกลุ่มชนเผ่าเยอรมานิกดั้งเดิม คือ เผ่าแองเกิลส์ เผ่าแซ็กซอน และเผ่าจูทส์ ซึ่งเป็นถิ่นฐานของอาณาจักรเกร็ทบริเทนในศตวรรษที่ 5 พวกเขาใช้หลากหลายภาษาที่แตกย่อยมาจากกลุ่มภาษาเยอรมานิกดั้งเดิม และเมื่อพวกมันถูกหลอมรวมเข้าด้วนกัน ภาษาอังกฤษแบบดั้งเดิมก็ได้ถือกำเนิดขึ้น
.
.
.

ในศตวรรษที่ 9 ชนเผ่าไวกิ้งได้เริ่มโจมตีอาณาจักรเกร็ทบริเทน จนในที่สุด ก็นำไปสู่การโยกย้ายถิ่นฐานครั้งใหญ่ ในช่วงที่กลุ่มชนทั้งสองประมือกัน ก็มีการแลกเปลี่ยนและหยิบยืมเอาคำศัพท์ของอีกฝ่ายมาใช้ ซึ่งนำไปสู่คำศัพท์ภาษาอังกฤษจำนวนมากที่มีรากศัพท์มาจากแถบสแกนดิเนเวียในยุคต้นๆ เช่น คำว่า “sky” และ “egg” หนึ่งในสิ่งที่มีอิทธิพลอันใหญ่หลวงที่สุด คือ การผ่อนปรนในเรื่องของ “เพศไวยกรณ์” และการผันคำ เพื่อช่วยให้การสื่อสารระหว่างชาวไวกิ้งและชาวอังกฤษง่ายขึ้น นี่เป็นหลักฐานที่บ่งบอกถึงข้อแตกต่างอันชัดเจนระหว่างภาษาเยอรมันสมัยใหม่และภาษาอังกฤษสมัยใหม่ในปัจจุบัน

ตัวอักษรสีแดงแสดงถึงการผันคำ (แหล่งที่มา)

Déjà vu? Reservoir? Souvenir? ทำไมภาษาอังกฤษจึงมีคำศัพท์ที่มาจากฝรั่งเศสจำนวนมาก?

ชาวนอร์แมนเข้ายึดครองประเทศอังกฤษ (แหล่งที่มา)

ในปี 1066 วิลเลียมผู้พิชิต ได้ยกทัพบุกเกร็ทบริเทน นี่เป็นจุดกำเนิดของภาษายุคใหม่หรือภาษาฝรั่งเศสนั่นเอง ภาษาฝรั่งเศสได้กลายมาเป็นภาษาของชนชั้นขุนนาง ภาษากลาง และภาษาแห่งวรรณคดี  ชาวฝรั่งเศสเป็นชนชั้นสูงส่วนใหญ่ในโลก แต่ประชากรฝรั่งเศสส่วนใหญ่ไม่ใช่ชนชั้นสูง ดังนั้น พวกเขาจึงยังคงใช้ภาษาอังกฤษที่มีกลิ่นอายของภาษาฝรั่งเศสเป็นหลัก
.
.
.

ถ้าอย่างนั้นแล้ว การผสมผสานระหว่างชาวสแกนดิเนเวีย ฝรั่งเศส และเยอรมัน ส่งผลให้ภาษาอังกฤษมีความ “คล้ายคลึง” กับภาษาสเปนในปัจจุบันได้อย่างไร? ภาษาสเปนเป็นภาษาในตระกูลโรมานซ์ แต่คุณลักษณะของภาษาโรมานซ์ คืออะไรล่ะ?

การขยายอาณาจักรโรมัน (แหล่งที่มา)

ภาษาโรมานซ์มีต้นตระกูลที่มาจากภาษาละติน ซึ่งเป็นภาษาที่ใช้พูดกันในยุคจักรวรรดิโรมัน จนกระทั่งโรมันล่มสลายลงในปี 476 แห่งสากลศักราช อย่างไรก็ตาม เมื่อจักรวรรดิโรมันล่มสลาย ภาษาของพวกเขาก็ไม่ได้ล้มหายตายจากไปด้วย

ในขณะที่ศาสนาคริสต์เป็นศาสนาที่แพร่หลายที่สุดในยุคกลางของยุโรป ภาษาละตินก็แพร่หลายตามไปด้วย บทภาวนาของคริสตจักรและพระคัมภีร์ล้วนแล้วแต่เป็นภาษาละติน ดังนั้น ชาวยุโรปส่วนใหญ่ต้องเข้าใจภาษาละตินสำหรับการสวดภาวนาและการปฏิบัติทางศาสนา ยุคกลางก็ได้รับอิทธิพลจากศาสนาเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นกิจวัตรประจำวันของผู้คน นี่หมายถึงการที่มีการใช้คำศัพท์ละตินเหล่านี้ทุกวันและบ่อยครั้ง
.
.
.

ตอนนี้ เรายังคงต้องมาพิจารณากันดูว่า ภาษาละตินให้กำเนิดภาษาตระกูลโรมานซ์ได้อย่างไร

ภาษาเป็นส่วนหนึ่งของพฤติกรรมมนุษย์เช่นเดียวกับเรื่องของวิวัฒนาการและต้นตระกูลมนุษยยชาติหรือการก่อตัวของสปีชีส์เมื่อเวลาผ่านไป นี่คือเหตุผลที่การแบ่งแยกสปีชีส์มีความคล้ายคลึงกันอย่างมากกับการที่ภาษาละตินแพร่หลายไปทั่วยุโรปตามกาลเวลา

(แหล่งที่มา)

Allopatric Speciation คือ การเกิดสปีชีส์ใหม่ในต่างพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ เมื่อถูกแยกออกและปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ตามกาลเวลาที่ผ่านไป ในที่สุด แต่ละสปีชีย์ก็จะกลายเป็นสายพันธุ์ของตัวเอง

นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับภาษาละตินในยุคกลางของยุโรป
.
.
.

ภาษาละตินถูกนำมาใช้ทั่วทั้งคริสตจักรและชุมชนในยุโรป แต่เมื่อเวลาผ่านไป ภาษาดังกล่าวก็พัฒนากลายไปเป็นแบบฉบับของพวกเขาเอง แม้แต่ในสหรัฐอเมริกา เราก็ได้เห็นพัฒนาการดังกล่าวเกิดขึ้นกับภาษาอังกฤษ ภาษาถิ่นที่แตกต่างกันมีอยู่ให้เห็นทั่วสหรัฐอเมริกา เพราะมนุษย์เราปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมและวัฒนธรรมที่แตกต่างกันอย่างรวดเร็ว

ขณะที่ภาษาละตินแพร่กระจายและมีการแตกหน่อไปทั่วยุโรป มันก็ปรับตัวให้เข้ากับชีวิตประจำวันของชาวอังกฤษด้วย นี่คือสาเหตุที่คำศัพท์ในภาษาโรมานซ์กลายมาเป็นรากศัพท์ส่วนใหญ่ของคำศัพท์ภาษาอังกฤษ
.
.
.

แม้จะได้รับอิทธิพลจากภาษาอื่นๆ แต่ภาษาอังกฤษก็ยังคงเป็นภาษาหลักของเกร็ทบริเทน ในปี 1362 เริ่มมีการใช้ภาษาอังกฤษในโรงเรียนและถูกใช้ในศาลด้วย (แทนภาษาฝรั่งเศส)

แล้วก็มาถึงยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา ซึ่งนำไปสู่การถือกำเนิดของสื่อสิ่งพิมพ์ อันส่งผลให้มีการอ่านและการเขียนภาษาอังกฤษอย่างกว้างขวาง ยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาได้นำไปสู่การเคลื่อนไหวทางสังคมด้านมนุษยธรรมและความรักชาติ ซึ่งทำให้ผู้คนหันมาใช้ภาษาอังกฤษบ่อยกว่าภาษาโรมานซ์แบบดั้งเดิม

เมื่อภาษาอังกฤษได้รับการขัดเกลามากขึ้นเรื่อยๆ ผ่านวรรณคดีและนักวิชาการ มันก็ได้กลายมาเป็นภาษาอังกฤษสมัยใหม่ที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว เฉกเช่นที่เราใช้พูดกันอยู่ในทุกวันนี้

ยังไม่แน่ใจว่าเริ่มตรงไหน วัดระดับภาษาอังกฤษฟรี แล้วรับแผนอ่าน 7 วันที่ตรงกับคุณ
เริ่มเลย →
วันละ 1 บทเรียน ทางอีเมล

ตื่นมาเจอคำใหม่ทุกเช้า

บทเรียนของวันส่งเข้าอีเมล 7:00 น. อ่านจบก่อนถึงที่ทำงาน ไม่มีโฆษณา ยกเลิกได้ทุกเมื่อ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า