Conversation· ·อ่าน 3 นาที

การใช้ “Perhaps”/ “May”/ “May be”/ “Maybe”

ใครเป็นนักเรียนภาษาอังกฤษสายพูด ที่มักจะไม่มั่นใจอยู่เสมอ ต้องจำคำเหล่านี้ไปใช้ด่วนเลยนะครับ ส่วนแต่ละคำจะใช้แบบไหนและอย่างไร ก็จำและนำไปใช้กันได้ตามสบายเลยครับ

1) perhaps

คำๆนี้แปลได้ในทำนองว่า ‘บางที…’ ซึ่งก็มีความหมายในทำนองเดียวกับคำว่า ‘อาจจะ‘ นั่นเอง แต่ความพิเศษของมันอยู่ตรงที่ว่า เราสามารถวางมันไว้ต้น กลาง หรือท้ายประโยคก็ได้ ขึ้นอยู่กับแต่ละรูปประโยค

ตัวอย่างเช่น
Perhaps she will come tomorrow.
(บางที หล่อนอาจจะมาพรุ่งนี้นะ)

My apartment is very small, perhaps only 24 square meters.
(ห้องฉันเล็กมาก บางทีอาจจะแค่ 24 ตารางเมตรเอง)

He’ll arrive tomorrow, perhaps.
(เขาอาจจะมาถึงวันพรุ่งนี้นะ)

2) may

คำว่า may เป็น modal verb ที่แปลว่า “อาจจะ” ซึ่งปกติ may จะตามด้วยคำกริยาแท้รูปธรรมดาหรือที่เราเรียกว่า Infinitive นั่นเอง

ตัวอย่างเช่น
She may move to Sweden.
(หล่อนอาจจะย้ายไปอยู่ประเทศสวีเดน)

3) maybe

คำนี้ก็มีความหมายในทำนองว่า ‘บางที’ หรือ ‘อาจจะ’ เช่นกัน โดยเรามักจะเห็นการใช้ Maybe ด้วยการขึ้นต้นหรือลงท้ายประโยค

ตัวอย่างเช่น
Maybe it will rain soon.
(บางทีฝนอาจจะตกภายในเร็วๆนี้)

I can’t turn my phone on. It could be a virus, maybe.
ฉันเปิดมือถือไม่ได้ บางทีเครื่องอาจจะมีไวรัส



4) may be

สุดท้าย มาดูทางฝั่งของ may be กันบ้าง จะเห็นได้ว่า มีการแยกคำกันออกเป็นสองส่วน ซึ่งเวลาใช้ในประโยค ต้องตามด้วย Adj. หรือ N. (คำนาม)
ตัวอย่างเช่น

This may be the last match that he plays football.
(แมทช์นี้อาจจะเป็นการเล่นฟุตบอลแมทช์สุดท้ายของเขา)



อย่าลืมนะครับว่า May be กับ Maybe ดูเผินๆเหมือนจะเป็นคำเดียวกันและต่างกันแค่เว้นวรรคกับไม่เว้นวรรค ซึ่งถึงความหมายจะเหมือนกัน แต่มันไม่ใช่แฟน จึงใช้แทนกันไม่ได้นะคร๊าบบบ

คำถามทดสอบ:

1) ข้อใดเขียนได้ถูกต้อง
a. Maybe the flight is delayed. The weather is terrible.
b. The weather is terrible, maybe the flight is delayed.
c. The weather is terrible, the flight is delayed, maybe.
d. ถูกทุกข้อ

2) ข้อใดใช้วางไว้ได้ทั้งต้นและท้ายประโยค
a. perhaps
b. maybe
c. may
d. ถูกทั้ง a. และ b.

3) ข้อใดเขียนได้ถูกต้อง
a. They may not understand the lesson.
b. They maybe not understand the lesson.
c. They may be not understand the lesson.
d. ถูกทั้ง a. และ b.


เฉลย
1. (ข้อ a.) ส่วนข้อ c. ผิดตรงที่เอาประโยคสาเหตุขึ้นก่อน แต่ไม่ได้เปลี่ยนรูปกริยาในประโยคหลัง
2. (ข้อ d.) ส่วนคำว่า may ไม่สามารถวางไว้ท้ายประโยคได้ครับ
3. (ข้อ a.) เพราะมีแต่คำว่า may เท่านั้นที่ตามด้วยกริยาแท้ในรูปแบบ Infinitive

ยังไม่แน่ใจว่าเริ่มตรงไหน วัดระดับภาษาอังกฤษฟรี แล้วรับแผนอ่าน 7 วันที่ตรงกับคุณ
เริ่มเลย →
วันละ 1 บทเรียน ทางอีเมล

ตื่นมาเจอคำใหม่ทุกเช้า

บทเรียนของวันส่งเข้าอีเมล 7:00 น. อ่านจบก่อนถึงที่ทำงาน ไม่มีโฆษณา ยกเลิกได้ทุกเมื่อ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า