Vocabulary· ·อ่าน 3 นาที

การใช้ Tell vs Say

แต่ก่อน Tell มีความหมายว่า นับ โดยในปัจจุบันยังใช้คำว่า Tell อยู่ เช่น all told แปลว่า เมื่อนับทั้งหมดแล้ว เช่น

  • There were ten of us, all told, who went on the vacation. คนที่ลาพักร้อนเมื่อนับแล้วมีจำนวนทั้งหมด 10 คน

ความหมายของ Tell ในปัจจุบัน คือ บอก / เล่าเรื่อง / บรรยาย / พูดคุยกันแค่สองคนหรือตั้งแต่สองคนขึ้นไป ต้องการ กรรมรอง (Indirect object) หรือ กรรมตรง (Direct object) โครงสร้างของ Tell มีดังนี้

1.Tell + someone (+ something) หมายถึง  ใช้ในการให้ข้อมูลแก่ใครบางคนด้วยการพูดหรือเขียน เช่น
Nobody told Ken about the meeting. ไม่มีใครบอกเคนเรื่องประชุม
Tell me your wish. บอกความปรารถนาของเธอมา

2. Tell + someone (+ something) หมายถึง สั่งสอน ให้ความรู้ บอกให้รู้ แจ้งให้ทราบ เช่น
My boss told me that it was my last chance. หัวหน้าบอกว่า มันเป็นโอกาสสุดท้ายของฉันแล้ว
Don’t tell him. อย่าไปบอกเขานะ

3. Tell + someone + to do something ใช้เพื่อบอกบางคนให้ทำบางสิ่งบางอย่าง เช่น
My mother always tells me to study harder. แม่บอกฉันเสมอว่าให้ตั้งอกตั้งใจเรียนมาก ๆ
My mother told me to clean the bedroom. แม่ของฉันบอกให้ฉันทำความสะอาดห้องนอน

4. Tell + someone + about something ใช้เมื่อต้องการบอกบางคนเกี่ยวกับบางสิ่ง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับผู้คน เช่น
She told us about her profile. เธอบอกพวกเราเกี่ยวกับประวัติของเธอ

5. Tell + (joke/story/lie/truth)  เรามาสามารถใช้ tell กับคำตลก เรื่องราว คำโกหก หรือความจริง เช่น
She told a lie. หล่อนพูดโกหก
To tell the story. เพื่อบอกเรื่องราว

6. ใช้ใน Indirect speech ในลักษณะ ประโยคบอกเล่า หรือประโยคปฎิเสธ เช่น
The teacher told me that I had enjoyed to study aboard. คุณครูบอกฉันว่า ฉันจะสนุกกับการเรียนต่อต่างประเทศ

Say แปลว่า พูด  ใช้ใน Direct และ Indirect speech เพื่อบอกว่า ใครพูดอะไรโดยข้อความหลัง Say ถ้าใส่เครื่องหมายคำพูดหมายความว่า เราเอาคำพูดของอีกบุคคลหนึ่งมาพูด (Direct Speech) แต่ถ้าไม่ใส่เครื่องหมายคำพูดแสดงว่า เราดัดแปลง/อ้างอิงคำพูดของผู้อื่นมาพูด (Indirect Speech)
Direct Speech : Max said, “I love my wife”. แมกซ์ พูดว่า “ฉันรักภรรยาของฉัน”
Indirect Speech : Max said that he loves his wife.” แมกซ์ พูดว่า เขารักภรรยาของเขา

โครงสร้างของ Say มีดังนี้

1. Say + somethings (+ to some one) ใช้กับสิ่งของบางอย่าง หรือเหตุการณ์บางอย่าง เช่น
Marry said something really sad to me. แมร์รี่บอกอะไรบางอย่างที่น่าเศร้ากับฉัน
He said nothing. เขาบอกว่าไม่มีอะไร

2. Say + “that” clause ใช้ say กับ that ตามด้วยประโยค เช่น
He said that he was Mr.Tom. เขาพูดว่าเขาคือนายทอม

3. Say + “wh-” noun clause ใช้ say กับประโยคที่ทำหน้าที่เหมือนคำนาม เช่น
May didn’t say when she came to home. เมย์ไม่ได้บอกว่าจะกลับบ้านเมื่อใด

4.Say + to + verb ใช้ say กับ to ตามด้วยคำกิริยา เช่น
My mother always says to study hard. แม่ฉันบอกเสมอว่าให้ตั้งใจเรียน

สรุปความหมายของ Tell กับ Say แตกต่างกันขึ้นกับรูปแบบของประโยค ดังนี้
Please tell me your name กรุณาบอกชื่อของคุณ
Please say your name กรุณาสะกดชื่อของคุณ


อ่านต่อ “ความแตกต่างระหว่าง MUST และ HAVE TO”

อ่านต่อ “วิธีใช้ JUST/ YET/ ALREADY”

ยังไม่แน่ใจว่าเริ่มตรงไหน วัดระดับภาษาอังกฤษฟรี แล้วรับแผนอ่าน 7 วันที่ตรงกับคุณ
เริ่มเลย →
วันละ 1 บทเรียน ทางอีเมล

ตื่นมาเจอคำใหม่ทุกเช้า

บทเรียนของวันส่งเข้าอีเมล 7:00 น. อ่านจบก่อนถึงที่ทำงาน ไม่มีโฆษณา ยกเลิกได้ทุกเมื่อ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า