Grammar· ·อ่าน 3 นาที ·Medium

May หรือ Might ? ใช้ยังไงกันแน่ ?

May และ Might เป็นคำกริยาช่วย (helping verb) ที่ใช้เพื่อแสดงความอาจจะเป็นไปได้ (possibility) ทั้งในปัจจุบันหรือในอนาคต

May และ Might แปลว่า “อาจจะ, น่าจะ, บางที”

May = โอกาสที่จะเป็นไปได้นั้นคือ 50/50
แต่ Might = แทบไม่มีโอกาสเลย พอมีโอกาสเป็นไปได้บ้างแต่น้อยมาก แสดงให้เห็นว่าผู้พูดไม่มีความมั่นใจ และสามารถใช้เพื่อแสดงความสุภาพ



หลักการใช้ May และ Might พร้อมตัวอย่างประโยค


1) ใช้พูดถึงความเป็นไปได้ หรือโอกาสของเหตุการณ์ที่บางทีอาจเกิดจริงหรืออาจจะเกิดขึ้น
ตัวอย่างเช่น


– I may stay at home. (= Perhaps I will stay at home.)
= ผมอาจจะอยู่บ้าน


– Be careful. You might burn yourself.  (= Perhaps you will burn yourself.)
= ระวัง คุณอาจจะโดนไฟไหม้ (ซึ่งคุณไม่น่าจะโดนไฟไหม้)


2) ใช้ในการขออนุญาต
ตัวอย่างเช่น


– May I use your pen, please?
= ขออนุญาตยืมปากกาของคุณได้ไหม?


– May I come in?
= ขออนุญาตเข้าไปข้างในได้ไหม


– Might I ask you a question? (Might จะดูสุภาพและเป็นทางการมากกว่า May)
= ผมขออนุญาตเรียนถามท่านหน่อยจะได้ไหมครับ


– I wonder if I might have another cup of coffee? (Might จะดูสุภาพและเป็นทางการมากกว่า May)
= จะเป็นไรไหมครับ ถ้าผมจะขอกาแฟเพิ่มอีกแก้ว


3) ใช้ may ในการอนุญาตและไม่อนุญาต
ตัวอย่างเช่น


-Children may not play alone in the pool.
= อนุญาตให้เด็กลงสระโดยลำพัง


– Students may use mobile phones in the classroom.
= นักเรียนสามารถใช้มือถือในห้องเรียนได้


– The class is finished, you guys may go home.
= คลาสจบแล้ว พวกคุณกลับบ้านได้


– You may not go outside until you finish your homework.
= เธอออกไปข้างนอกไม่ได้จนกว่าจะทำการบ้านเสร็จ


4) ใช้ may ในการอวยพร
ตัวอย่างเช่น


– May god bless you and your family.
= ขอให้พระเจ้าคุ้มครองคุณ และครอบครัวของคุณ


– May all your wishes come true.
= ขอให้ความปรารถนาของคุณเป็นจริง


5) ใช้ may have หรือ might have ตามด้วย Verb ช่องที่ 3 ในการพูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต และผู้พูดไม่มั่นใจว่าเกิดขึ้นหรือไม่
ตัวอย่างเช่น


– I might have left the door open.
= ฉันน่าจะลืมปิดประตู


– Harry may have gone when I called him.
= แฮรี่น่าจะออกไปแล้วตอนที่ฉันโทรหาเขา

อ่านต่อ “ความหมายของ one + หลักการใช้ one VS ones”

อ่านต่อ “SO vs SUCH ต่างกันอย่างไร ?”

อ่านต่อ “ความแตกต่างระหว่าง during VS while”

ยังไม่แน่ใจว่าเริ่มตรงไหน วัดระดับภาษาอังกฤษฟรี แล้วรับแผนอ่าน 7 วันที่ตรงกับคุณ
เริ่มเลย →
วันละ 1 บทเรียน ทางอีเมล

ตื่นมาเจอคำใหม่ทุกเช้า

บทเรียนของวันส่งเข้าอีเมล 7:00 น. อ่านจบก่อนถึงที่ทำงาน ไม่มีโฆษณา ยกเลิกได้ทุกเมื่อ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า